Mobile : 099-1541222 | Telephone : 02-9152228 | Line : @innovalaboratory cs@innovalabasia.com

กลเม็ดเด็ดในการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งชัวร์ๆ

เดี๋ยวนี้การแข่งขันในวงการต่างๆรุนแรงขึ้น เพราะธุรกิจอะไรที่ผลกำไรหอมหวล ย่อมดึงดูดคนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนั้นมากขึ้น ที่แน่ๆอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะทำให้ธุรกิจได้เปรียบกว่าคู่แข่ง แม้จะเป็นอะไรที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ เชื่อว่าถ้าคุณสะสมความได้เปรียบนี้ไปเรื่อยๆ ศึกนี้คุณก็ชนะแน่นอนค่ะ

อย่างเรื่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นด่านแรกของการเลือกซื้อสินค้าก็เป็นสิ่งที่จะสามารถทำให้คุณได้เปรียบทางธุรกิจได้ด้วยเคล็ดลับ 5 อย่างนี้ค่ะ (เพื่อให้เห็นภาพตามได้ง่าย บรรจุภัณฑ์ในบทความนี้อาจนึกภาพเป็นกระปุกครีม หรือกล่องใส่กระปุกครีมบำรุงนะคะ)

 

1. More secure

“บรรจุภัณฑ์ควรมีความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญเลยที่เราต้องคำนึงถึง ซึ่งปลอดภัยในที่นี้เช่นการเลือกพลาสติกชนิดที่เหมาะสำหรับสินค้านั้นๆ ต้องมีการทดสอบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับเนื้อสินค้า ทดสอบสภาวะต่างๆที่สินค้าต้องเจอระหว่างการเดินทางเพื่อจะได้ป้องกันปัญหา อาจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อเด็กที่เผื่อมาจับเล่น หรือตัวบรรจุภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม Go green ทำนองนั้น ตัวอย่างต่างๆเหล่านี้ก็เพื่อที่ว่าเราจะได้สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ และกลายเป็นตราประทับสำหรับแบรนด์ของเราว่าใช้แล้วปลอดภัยแม้กระทั่งตัวบรรจุภัณฑ์

2. More intelligent

“บรรจุภัณฑ์ต้องมีความฉลาด” หมายความว่าการที่เราจะเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นกระปุก ขวด กล่อง อะไรเหล่านี้ต้องสามารถทำงานได้เหมาะสมกับสินค้าแบบถ้าผู้ใช้ได้ลองใช้แล้วรู้สึกอเมซิ่ง เช่นครีมผสมวิตามินซีที่บรรจุในแพกเกจแก้วสีชาแบบ airless ทำให้เนื้อไม่เปลี่ยนสีระหว่างใช้ หรือขวดคลีนซิ่งที่เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถพกไปที่ต่างๆได้ไม่หกเลอะระหว่างเดินทาง อะไรเล็กๆน้อยๆเหล่านี้แต่มีผลต่อการเลือกใช้นะคะ สมมติเราซื้อคลีนซิ่งแบรนด์นึงมาใช้ แต่พอพกไปต่างประเทศ กลับหกในกระเป๋าเพราะฝาจุกไม่ค่อยโอ แต่อีกแบรนด์ใช้ก็ดี พกพาก็สะดวก ครั้งต่อไปเป็นคุณคุณจะเลือกใช้แบรนด์ไหนละคะ

3. More straightforward

“บรรจุภัณฑ์ควรเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น” ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ออกแบบคลีนๆ โล้นๆดูไม่มีอะไรนะคะ แต่หมายความว่าบางครั้งสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์บางอย่างก็ไม่ต้องใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปเยอะถ้ามันไม่ได้จำเป็นต่อตัวสินค้า เช่นสมมติว่าตอนนี้บรรจุภัณฑ์แบบพลาสติกเคลือบซ้อนกัน 5 ชั้นกำลังมา ราคาค่อนข้างสูง เหมาะกับสินค้าที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ แต่สินค้าคุณเป็นสบู่เหลวแบบที่ไม่ต้องปกป้องอะไรมาก ถ้าคุณเลือกตามเทรนด์นี้ ราคาต้นทุนคุณก็จะสูงขึ้น คุณเลยเพิ่มราคาพร้อมกับคำโฆษณาที่เพิ่มขึ้นว่าปกป้องได้มากกว่า ซึ่งลูกค้าไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็น เราว่าเฟลได้ง่ายๆเลยนะ

4. Spare cash

“บรรุจภัณฑ์ต้องช่วยเซฟเงินให้ธุรกิจ” ยกตัวอย่างเคสที่หลายคนลืมคิดไปคือการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้การขนส่งสะดวก จัดวางในตู้ ขนทีนึงได้ปริมาณเยอะคุ้มเงิน เพราะนึกภาพว่าคุณออกแบบกล่องมาแบบวิจิตรพิศดาลมาก สวยปัง แต่ตอนขนส่งจากปกติลังนึงบรรจุได้ 100 กล่อง ส่ง1 รอบหมดกลายเป็นลังนึงบรรจุได้ 20 กล่องต้องส่ง 2-3 รอบอย่างนี้ต้องคิดว่าผลตอบแทนกับต้นทุนจะคุ้มมั้ย ถ้าคุ้มก็ทำไปเลยค่ะ แต่ถ้าไม่คุ้มต้องลองหาทางใหม่ที่สมดุลกันดูนะคะ หรืออย่างเคสทางเลือกในการขนส่งเช่นถ้าบรรจุภัณฑ์แบบแก้วก็ไม่ควรส่งทางเรือ หรือถ้ากล่องบรรจุบางๆ ก็ไม่ควรส่งทางอากาศ อย่างนี้ถ้าคุณรู้ไว้ก็จะยิ่งได้เปรียบนะคะ

5. Profit

“บรรจุภัณฑ์หาเงินได้” คือเมื่อเราเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ตาม ต้องมั่นใจในสิ่งที่เลือกว่าลูกค้าเห็นแล้วคันไม้คันมือ อยากจะควักเงินขึ้นมาจ่ายรัวๆ แม้ยังไม่ได้สัมผัสสินค้าข้างใน นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์ต้องสื่อและขายได้ด้วยตัวมันเอง ก่อนออกสินค้าอาจจะลองสำรวจดูในออฟฟิตก็ได้ (ถ้าออฟฟิตนั้นเป็นคนกลุ่มทาร์เกตเดียวกับสินค้านะ) ว่าสินค้านี้ตีราคาไว้ที่เท่าไหร่ เอาแค่เห็นกล่องหรือกระปุกก็ได้ ถ้าผลค่อนไปทางบวกก็โอละ แต่ถ้าผลประมาณว่า เราตั้งราคาไว้หลักพัน แต่ทุกคนตีมาที่ 199 อย่างงี้ตีโจทย์ใหม่ได้เลยค่ะ

 

Create Date : 18 มีนาคม 2559