Mobile : 099-1541222 | Telephone : 02-9152228 | Line : @innovalaboratory cs@innovalabasia.com
งานในฝัน ของคนยุคนี้

งานในฝัน ของคนยุคนี้

“งานในฝัน ของคนยุคนี้”

อะไรคือ งานในฝัน ลอง List มาดูกัน
1. ทำงานที่ตัวเองชอบ “ชอบงาน เลยบ้างาน ..คนแบบนี้ แก่แล้วก็ยังไม่เกษียณ ยังคงทำงานอยู่” (ทำงานเพราะชอบทำ ไม่ได้ทำงานเพราะ ต้องทำ)
2. วัดงานที่ผลงาน ไม่ใช่เวลา “ขายผลงาน ไม่ใช่ขายเวลา”
3. รายได้สูง และโตตามผลงาน “รายได้สูง แถมโตได้ตามฝีมือ และ ผลงาน”
4. ถ้าได้แบบ 3 ข้อข้างบน …ผมว่า คุณต้องเป็นลูกประธานบริษัทน่ะ จริงไหม ?

…คุณคิดแบบข้อ 4 ใช่ไหม …ถ้าใช่ แปลว่า คุณจะไม่มีโอกาสได้งานแบบ 3 ข้อข้างบน เพราะ คุณสรุปเรียบร้อยแล้วว่า “งานในฝัน” มันต้องหล่นมาเองจากท้องฟ้า …ต้องเกิดมารวย ถึงจะได้งานแบบนั้น — แต่ถ้าคุณลองคิดดีๆ แล้วตั้งคำถามใหม่ ลองถามซิว่า ในโลกนี้ มีใครได้ทำงานแบบ 3 ข้อข้างบนบ้าง ที่เดิมทีไม่ได้เกิดมารวย

ลอง List ดูก็เช่น พี่เบิร์ด , พี่แอ๊ด , อ.เฉลิมชัย , สุดยอดนักข่าว , สุดยอดนักถ่ายภาพ , สุดยอดผู้กำกับ , สุดยอดนักกีฬา , สุดยอดนักชก , สุดยอดกุ๊ก , สุดยอดคนทำเค้ก …..เฮ้ย!! มันคือ คนทุกอาชีพเลยนี่ …คน Top 10% ของทุกอาชีพ รวมทั้งลูกจ้างมืออาชีพระดับผู้บริหารของทุกบริษัทก็เข้าข่ายนี้ด้วย ….

ต้องถามต่อว่า คนเหล่านี้ เขาได้งานแบบที่ว่า เพราะ อะไร …คำตอบคือ เขาทำทุกอย่าง เพื่อที่จะได้งานนั้นนั่นเองครับ

คำถามต่อไปคือ เขาทำอะไร จึงได้งานแบบนั้น
1. ทำงานที่คนอื่นไม่อยากทำ ..เสี่ยงกว่า …หนักกว่า …โหดกว่า …บ้ากว่า … “ข้อแรก คุณต้อง มากกว่า คนอื่น ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นอย่างน้อย”
2. มีคนสามารถทำแทนของคุณน้อย หรือ คนอื่นทำงานแทนคุณยาก …งานนั้นมักจะเสี่ยง …หนัก …โหด …บ้ากว่า..ไม่มีแบบแผน …
3. ไม่ได้เป็นอาชีพยอดฮิต ที่จบมาจากคณะยอดฮิต … หรือ ไม่คุณก็พัฒนาต่อยอดอะไรบางอย่างที่คนที่เรียนมาเหมือนๆ คุณ เขาไม่ได้ทำ …”ข้อนี้ คือ คุณได้พัฒนา Skill บางอย่าง ในระหว่างทำงาน ที่ทำให้คุณแตกต่างจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ”

“อยากได้สิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ต้องเริ่มจาก เลือกทางเดินที่แตกต่าง …เรียนคณะไม่เหมือนใคร ..ใช้เวลาว่างไม่เหมือนใคร …ทำงานอดิเรกที่ไม่เหมือนใคร …เที่ยวในที่แปลกๆ …เดินทางแปลกๆ …คนเราแตกต่างไม่ใช่เพราะเกิดมาแล้วสมองดีเป็นอัจฉริยะทันที ..แต่เราแตกต่างเพราะ เราเจอสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน …วางตัวเองในจุดที่แตกต่าง …เห็นโลกในมุมที่คนอื่นไม่เห็น …คิดในจุดที่คนอื่นไม่คิด …ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ” …ทั้งหมดที่พูดมา คือ “เหตุ” (เรียนรู้ / สั่งสม / สะสม / คิด / จำ / ทำ) ลองดูจิ !!

— อยากเปลี่ยนชีวิต ต้องเปลี่ยนที่ “เหตุ” แล้ว “ผลลัพธ์” จะเปลี่ยนตาม !!

CR. Pawit Krinprathum

อาหารเสริม และ วิตามิน กินเวลาไหนดีที่สุด

อาหารเสริม อาหารเสริมสุขภาพ อาหารเสริมนักกีฬา อาหารเสริมคอลลาเจน อาหารเสริมผิวขาว และ วิตามิน

อาหารเสริม และ วิตามิน กินเวลาไหนดีที่สุด

อาหารเสริม และ วิตามิน กินเวลาไหนดีที่สุด จริงๆ แล้ว ทานเมื่อไรก็ได้ ก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือพร้อมอาหารก็ได้ เพราะร่างกายจะเลือกเก็บทุกสิ่งที่ร่างกายต้องการ แต่ควรจะกินให้ตรงเวลาทุกวันเพื่อเป็นการสร้างนิสัยให้เราไม่ลืม แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ต้องขอแนะนำเป็น “ช่วงเช้า” เวลาเช้าเป็นเวลาที่ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด และต้องการสารอาหารมากที่สุด การทาน อาหารเสริม และ วิตามิน จะได้ประโยชน์สูงสุดก็ควรเริ่มต้นที่มื้อเช้าเป็นหลัก

อาหารเสริม และ วิตามิน คืออะไร?

อาหารเสริม จัดเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสุขภาพ หรือ Dietary supplement products ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรง นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลัก ตามปกติมักจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่น มีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ (มิใช่สำหรับผู้ป่วย) เช่น น้ำมันปลาแคปซูล ใยอาหารอัดเม็ด ใยอาหารผงสำหรับชงหรือโรยอาหาร เป็นต้น

วิตามิน หรือไวตามิน คือสารอินทรีย์ที่จำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเคมีในร่างกายวิตามินเป็นสารอาหาร ที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยมาก แต่ขาดไม่ได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานผิดปกติวิตามินบางตัวสังเคราะห์ ขึ้นได้เพียงพอในร่างกาย บางตัวก็สังเคราะห์ไม่ได้ หรือสังเคราะห์ได้ แต่ไม่พอจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีกี่ประเภท?

พอจะจัดกลุ่มของอาหารเสริมสุขภาพที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หรือ จำหน่ายโดยตรงแก่ผู้ซื้อ โดยแบ่งตามคุณสมบัติ และประสิทธิภาพเด่นๆ ดังนี้ :-

1. อาหารบำรุงสุขภาพ จะเป็นพวกที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกาย รับประทานแล้วมีสุขภาพดี ราคาค่อนข้างแพง อาทิเช่น รังนก โสม หูฉลาม ซุปไก่สกัด เป็นต้น
2. อาหารป้องกันและรักษาโรค ตัวอย่างเช่น น้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) น้ำมันปลา เลซิทิน นมผึ้ง สาหร่ายคลอเรลล่า
3. อาหารลดน้ำหนัก สำหรัยผู้เป็นโรคอ้วน อาหารประเภทนี้ จะเพิ่มประมาณ บริโภคแล้วอิ่ม ไม่ให้คุณค่าทางอาหาร ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จากบุก เมล็ดแมงลัก guagum
4. อาหารเสริมนักกีฬา มีสารอาหารที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดต่างๆ

ประโยชน์ และ โทษ ของอาหารเสริม

ปัจจุบันนี้พบว่ามี ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงร่างกายออก วางจำหน่ายมากมาย อันจะพบได้ตามสื่อโฆษณาต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งบางผลิตภัณฑ์มีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง เช่น ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก และ เสริมความงาม เมื่อใช้แล้วจะเห็นผลภายใน 1 สัปดาห์ หรืออาหารเสริมบำรุงสมอง เมื่อทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะทำให้สมองมีความจำดี เป็นต้น และพบว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่ละชนิดมีราคาแพงมากและประโยชน์ที่ได้จาก อาหารเสริม เหล่านี้ก็ยังไม่ชัดเจน มีมากหรือน้อยเพียงไร ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรพิจารณาถึงคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นด้วย

ประโยชน์ของอาหารเสริมมีอยู่ 3 ประการ
1. ช่วยให้ร่างกายได้รับโภชนาการที่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนมีความต้องการที่เหมือนกัน คือ สุขภาพสมบูรณ์ปราศจากโรคภัย จึงมีการคิดค้น อาหารเสริม เพื่อช่วยเพิ่มในส่วนที่ร่างกายขาดไป
2. จะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เพราะ อาหารเสริม จะเข้าไปเสริมในส่วนที่ร่างกายขาดได้ครบถ้วนเต็มที่
3. สามารถช่วยบรรเทาหรือรักษาโรคบางชนิดแทนยาแผนปัจจุบันได้ เช่น น้ำว่านหางจระเข้รักษาอาการโรคกระเพาะ น้ำมันตับปลาค็อด (cod liver oil) ช่วยบรรเทาอาการโรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น นากจากนี้ยังพบว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาแผนปัจจุบัน

ข้อเสียของอาหารเสริม
การกินอาหารเสริมมากเกินไป บางครั้งพบว่าทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายและสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็น ซึ่งมีรายงานการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเสริมมากเกินไป อาจมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ เช่น วิงเวียน ปวดศรีษะ อุจจาระเป็นสีดำ ท้องผูก ท้องเสีย มีกลิ่นตัว และเหงื่อออกมาก

ปัจจัยการเลือกซื้อ อาหารเสริม และ วิตามิน

อาหารเสริม และ วิตามิน มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ การตัดสินใจซื้อไม่ควรดูที่ ราคาแพงอย่างเดียว แต่ควรมี อย. รับรอง จะได้ไม่เสียเงินโดยไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

อาหารเสริม และ วิตามิน ควรกินเวลาไหนดีที่สุด

การทาน อาหารเสริม และ วิตามิน จริงๆ แล้ว ทานเมื่อไรก็ได้ ก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือพร้อมอาหารก็ได้ เพราะร่างกายจะเลือกเก็บทุกสิ่งที่ร่างกายต้องการ แต่ควรจะกินให้ตรงเวลาทุกวันเพื่อเป็นการสร้างนิสัยให้เราไม่ลืม แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ต้องขอแนะนำเป็น “ช่วงเช้า” เวลาเช้าเป็นเวลาที่ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด และต้องการสารอาหารมากที่สุด การทาน อาหารเสริม และ วิตามิน จะได้ประโยชน์สูงสุดก็ควรเริ่มต้นที่มื้อเช้าเป็นหลัก เรามีข้อแนะนำให้การทาน อาหารเสริม และ วิตามิน ที่ถูกต้องมาฝาก

  1. อาหาร เสริม และ วิตามิน ที่ละลายไขมัน ควรทานพร้อมอาหารที่มีไขมันด้วยเล็กน้อย เช่น วิตามิน A, D, E, K, CO-Q10, Fish oil, EPO, Lecithin ฯลฯ
  2. อาหารเสริม และ วิตามิน ที่ละลายในน้ำ พวก C, B, วิตามินรวม เมล็ดองุ่น เปลือกสน ให้ทานก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็ได้
  3. อาหารเสริม พวกกรดอะมิโนต่างๆ ให้ทานขณะท้องว่าง ก่อนอาหาร 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร ชั่วโมงครึ่งก็ได้
  4. อาหารเสริม กลูต้าไธโอน ให้ทานตอนเช้าในขณะท้องว่างยิ่งดี หรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือก่อนนอนในขณะท้องว่าง
  5. อาหารเสริม พวกวิตามินรวมผสมแร่ธาตุ ให้ทานหลังอาหารเช้า
  6. อาหารเสริม พวกวิตามินอี ควรทานพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย แต่ห้ามทานพร้อมธาตุเหล็กเพราะไม่ถูกกัน
  7. อาหารเสริม ประเภทแคลเซียม ควรทานพร้อมอาหาร หรืออาหารที่ทำมาจากนมได้ยิ่งดี
  8. อาหารเสริม ธาตุเหล็ก ทานพร้อมน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีหรือน้ำส้ม แต่ห้ามกินกับชา กาแฟ
  9. อาหารเสริม สังกะสี ให้ทานพร้อมอาหารที่มีโปรตีนสูง หากเป็นชนิดคีเลต ให้ทานขณะท้องว่าง
  10. อาหารเสริม ประเภทน้ำมันอีฟนิ่ง ให้ทานพร้อมวิตามินอี และให้ทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย
  11. อาหารเสริม Grape seed ทานเวลาไหนก็ได้
  12. อาหารเสริม CO-Q10 ทานพร้อมอาหาร
  13. อาหาร เสริม Lecithin ให้ทานอาหาร เลซิตินมีประโยชน์ต่อตับและประสาท แต่ถ้ากินมากเกินไปอาจเกิดอาการข้างเคียงเหงื่อแตก คลื่นไส้ ท้องอืดท้องเสีย กลิ่นตัว หัวใจเต้นผิดปกติ
Cr. Innovalabasia.com
Create Date : 17 มีนาคม 2559  17:10 : 20 น.

คอลลาเจน

คอลลาเจน

คอลลาเจน คือ โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักๆของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน โดยโปรตีนชนิดนี้มีส่วนประกอบถึง 25% ถึง 35% ของจำนวนหน่วยโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง และ ประมาณ 1% ถึง 2% ที่ปะปนอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ การผลิตเจลลาตินในอาหารได้จากกรรมวิธี การย่อยหน่วยคอลลาเจนที่เรียกว่า Hydrolysis

รับผลิตอาหารเสริม คอลลาเจน

หน้าที่ของคอลลาเจน

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วๆไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย

คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (ligament), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน Keratin

เคราติน Keratin, เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย

Hydrolyzed Collagen เองยังถูกใช้งานในแง่ของการลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของโปรตีนจึงมีข้อดีในการช่วยเผาผลาญพลังงานลดไขมันส่วนเกินรับผลิตอาหารเสริม คอลลาเจน

บทบาทคอลลาเจนในวงการอุตสาหกรรม

เมื่อนำคอลลาเจนมาผ่านกระบวนการ Hydrolyzed สารคอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือลักษณะของเจลาตินที่นำมาเป็นส่วนผสมของอาหารนั่นเอง นอกจากการใช้เป้นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอางค์ และฟีล์มถ่ายภาพเมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนต่างแสดง คุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและมีผลดีต่อ สุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้

คำว่าคอลลาเจน (Collagen) มีรากศัท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตระกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็น Thermoplastic ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิกเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป

บทบาทคอลลาเจนในวงการแพทย์

คอลลาเจนมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการศัลยกรรมความงาม ศัลยกรรมกระดูก การจัดฟัน และวงการศัลยกรรมทั่วไป เป็นส่วนประกอบของผิวหนังสังเคราะห์ที่ใช้ในผู้ป่วยที่สูญเสียผิวหนังเนื่อง จากอุบัติเหตุไฟไหม้ ซึ่งใช้คอลลาเจนสังเคระห์จากผิวหนังของลูกวัว (Bovine), หรือจากหมู (Equine, Porcine) บางครั้งจะใช้ผิวหนังจากผู้บริจาค หรือใส้ซิลิโคนสังเคราะห์แทน

คอลลาเจนได้มีการจำหน่ายในลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนช่วยเคลื่อนไหว เนื่องจากคอลลาเจนเมื่อรับประทานเข้าไปจะย่อยสลายเป็นโปรตีนและกรดอะมิโนใน ที่สุด จึงช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโดนวิธีรับประทานได้น้อยมาก ดังนั้น วงการแพทย์ในปัจจุบันจึงมีการใช้คอลลาเจนในแง่ของศัลยกรรมความงามมากที่สุด

รับผลิตอาหารเสริม คอลลาเจน

วิธีที่จะเพิ่ม คอลลาเจนนั้น ทำได้หลายวิธี

การฉีดคอลลาเจนโดยตรง จากแพทย์  การรับประทานอาหารที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี, วิตามินอี เป็นต้น

รับผลิตอาหารเสริม คอลลาเจน

Create Date : 18 มีนาคม 2559  9:45:40 น.

กลเม็ดเด็ดในการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งชัวร์ๆ

กลเม็ดเด็ดในการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งชัวร์ๆ

เดี๋ยวนี้การแข่งขันในวงการต่างๆรุนแรงขึ้น เพราะธุรกิจอะไรที่ผลกำไรหอมหวล ย่อมดึงดูดคนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนั้นมากขึ้น ที่แน่ๆอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะทำให้ธุรกิจได้เปรียบกว่าคู่แข่ง แม้จะเป็นอะไรที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ เชื่อว่าถ้าคุณสะสมความได้เปรียบนี้ไปเรื่อยๆ ศึกนี้คุณก็ชนะแน่นอนค่ะ

อย่างเรื่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นด่านแรกของการเลือกซื้อสินค้าก็เป็นสิ่งที่จะสามารถทำให้คุณได้เปรียบทางธุรกิจได้ด้วยเคล็ดลับ 5 อย่างนี้ค่ะ (เพื่อให้เห็นภาพตามได้ง่าย บรรจุภัณฑ์ในบทความนี้อาจนึกภาพเป็นกระปุกครีม หรือกล่องใส่กระปุกครีมบำรุงนะคะ)

 

1. More secure

“บรรจุภัณฑ์ควรมีความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญเลยที่เราต้องคำนึงถึง ซึ่งปลอดภัยในที่นี้เช่นการเลือกพลาสติกชนิดที่เหมาะสำหรับสินค้านั้นๆ ต้องมีการทดสอบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับเนื้อสินค้า ทดสอบสภาวะต่างๆที่สินค้าต้องเจอระหว่างการเดินทางเพื่อจะได้ป้องกันปัญหา อาจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อเด็กที่เผื่อมาจับเล่น หรือตัวบรรจุภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม Go green ทำนองนั้น ตัวอย่างต่างๆเหล่านี้ก็เพื่อที่ว่าเราจะได้สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ และกลายเป็นตราประทับสำหรับแบรนด์ของเราว่าใช้แล้วปลอดภัยแม้กระทั่งตัวบรรจุภัณฑ์

2. More intelligent

“บรรจุภัณฑ์ต้องมีความฉลาด” หมายความว่าการที่เราจะเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นกระปุก ขวด กล่อง อะไรเหล่านี้ต้องสามารถทำงานได้เหมาะสมกับสินค้าแบบถ้าผู้ใช้ได้ลองใช้แล้วรู้สึกอเมซิ่ง เช่นครีมผสมวิตามินซีที่บรรจุในแพกเกจแก้วสีชาแบบ airless ทำให้เนื้อไม่เปลี่ยนสีระหว่างใช้ หรือขวดคลีนซิ่งที่เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถพกไปที่ต่างๆได้ไม่หกเลอะระหว่างเดินทาง อะไรเล็กๆน้อยๆเหล่านี้แต่มีผลต่อการเลือกใช้นะคะ สมมติเราซื้อคลีนซิ่งแบรนด์นึงมาใช้ แต่พอพกไปต่างประเทศ กลับหกในกระเป๋าเพราะฝาจุกไม่ค่อยโอ แต่อีกแบรนด์ใช้ก็ดี พกพาก็สะดวก ครั้งต่อไปเป็นคุณคุณจะเลือกใช้แบรนด์ไหนละคะ

3. More straightforward

“บรรจุภัณฑ์ควรเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น” ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ออกแบบคลีนๆ โล้นๆดูไม่มีอะไรนะคะ แต่หมายความว่าบางครั้งสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์บางอย่างก็ไม่ต้องใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปเยอะถ้ามันไม่ได้จำเป็นต่อตัวสินค้า เช่นสมมติว่าตอนนี้บรรจุภัณฑ์แบบพลาสติกเคลือบซ้อนกัน 5 ชั้นกำลังมา ราคาค่อนข้างสูง เหมาะกับสินค้าที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ แต่สินค้าคุณเป็นสบู่เหลวแบบที่ไม่ต้องปกป้องอะไรมาก ถ้าคุณเลือกตามเทรนด์นี้ ราคาต้นทุนคุณก็จะสูงขึ้น คุณเลยเพิ่มราคาพร้อมกับคำโฆษณาที่เพิ่มขึ้นว่าปกป้องได้มากกว่า ซึ่งลูกค้าไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็น เราว่าเฟลได้ง่ายๆเลยนะ

4. Spare cash

“บรรุจภัณฑ์ต้องช่วยเซฟเงินให้ธุรกิจ” ยกตัวอย่างเคสที่หลายคนลืมคิดไปคือการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้การขนส่งสะดวก จัดวางในตู้ ขนทีนึงได้ปริมาณเยอะคุ้มเงิน เพราะนึกภาพว่าคุณออกแบบกล่องมาแบบวิจิตรพิศดาลมาก สวยปัง แต่ตอนขนส่งจากปกติลังนึงบรรจุได้ 100 กล่อง ส่ง1 รอบหมดกลายเป็นลังนึงบรรจุได้ 20 กล่องต้องส่ง 2-3 รอบอย่างนี้ต้องคิดว่าผลตอบแทนกับต้นทุนจะคุ้มมั้ย ถ้าคุ้มก็ทำไปเลยค่ะ แต่ถ้าไม่คุ้มต้องลองหาทางใหม่ที่สมดุลกันดูนะคะ หรืออย่างเคสทางเลือกในการขนส่งเช่นถ้าบรรจุภัณฑ์แบบแก้วก็ไม่ควรส่งทางเรือ หรือถ้ากล่องบรรจุบางๆ ก็ไม่ควรส่งทางอากาศ อย่างนี้ถ้าคุณรู้ไว้ก็จะยิ่งได้เปรียบนะคะ

5. Profit

“บรรจุภัณฑ์หาเงินได้” คือเมื่อเราเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ตาม ต้องมั่นใจในสิ่งที่เลือกว่าลูกค้าเห็นแล้วคันไม้คันมือ อยากจะควักเงินขึ้นมาจ่ายรัวๆ แม้ยังไม่ได้สัมผัสสินค้าข้างใน นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์ต้องสื่อและขายได้ด้วยตัวมันเอง ก่อนออกสินค้าอาจจะลองสำรวจดูในออฟฟิตก็ได้ (ถ้าออฟฟิตนั้นเป็นคนกลุ่มทาร์เกตเดียวกับสินค้านะ) ว่าสินค้านี้ตีราคาไว้ที่เท่าไหร่ เอาแค่เห็นกล่องหรือกระปุกก็ได้ ถ้าผลค่อนไปทางบวกก็โอละ แต่ถ้าผลประมาณว่า เราตั้งราคาไว้หลักพัน แต่ทุกคนตีมาที่ 199 อย่างงี้ตีโจทย์ใหม่ได้เลยค่ะ

 

Create Date : 18 มีนาคม 2559

 

อยากเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม รู้ไหมครับว่า ทำอะไรถึงจะสร้างกำไรได้ถึง 130 เท่า ??

 

มีหลายท่าน คงอยากจะทราบว่า  มีธุรกิจอะไรบ้างไหมที่สามารถทำกำไรได้มาก  ยิ่งทำกำไรได้หลายเท่าตัวก็ยิ่งดีมากๆ เป็นที่ปรารถนากันทั้งนั้น  สำหรับผู้ประสงค์จะลงทุนน้อยๆ แต่ให้รวยไวๆ สมมติว่า  วันนี้เรามีเงินเริ่มทำธุรกิจเพียงแค่ 150 บาท หรือประมาณ 5 เหรียญสหรัฐ  เราจะทำอย่างไร  จึงจะให้เกิดกำไรสูงๆ  เท่าที่จะทำได้ ศาสตราจารย์ Tina Seelig อาจารย์สอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย  ได้ให้โจทย์ทางธุรกิจกับนักศึกษาว่า สมมติคุณมีเงินเริ่มธุรกิจได้แค่ 5 เหรียญ  คุณจะทำยังไงให้ได้กำไรกลับมาสูงสุดให้โจทย์นี้กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 4 ทีม และให้เวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ไปคิดหาวิธีมา และให้เวลา 2 ชั่วโมงสำหรับภาคปฏิบัติ ในการทำเงินให้ได้กำไรกลับมาสูงสุด แล้วให้มารายงานหน้าชั้นเรียนเป็นเวลา 3 นาทีถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอโจทย์แบบนี้  จะคิดหาไอเดียอย่างไรดี เราลองมาดูไอเดียที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่ละทีมได้เลือกทำกันจากเงิน 5 เหรียญนี้

กลุ่มที่หนึ่ง เอาเงินไปซื้อมะนาว น้ำตาล และมาทำน้ำมะนาวขายหน้ามหาวิทยาลัย อืม…ก็เข้าท่า

กลุ่มที่สอง ไปรับจ้างเติมลมยางรถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัย คิดเงินคันละ 1 เหรียญ  จนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่า ถ้าขอเป็นเงินบริจาคจะได้เยอะกว่า เลยเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแทน อันนี้ออกแนวการกุศล

กลุ่มที่สาม ได้เงินมากกว่าทั้งสองกลุ่ม และมีคิดสร้างสรรค์ได้ค่อนข้างดี คือ พวกเขาตัดสินใจเลือกทำงานในคืนวันศุกร์ และให้เพื่อนผู้ชายขับรถพาสาว ๆ ไปทิ้งไว้หน้าร้านอาหารที่คนแน่น แล้วให้ไปจองคิวตามร้านอร่อยที่ลูกค้าต้องยืนรอกันเกือบชั่วโมง พอได้คิวแล้วก็เอาคิวไปขายให้ลูกค้าคนอื่นที่เพิ่งมา คิดเงินคิวละ 20เหรียญ ได้ลัดคิวกันไปเลยไม่ต้องยืนรอ กลุ่มนี้หาเงินได้หลายร้อยเหรียญในเวลา 2 ชั่วโมง เพราะใคร ๆ ก็อยากมาแล้วได้ทานอาหารเลย

 กลุ่มที่สี่ กลุ่มที่ชนะเลิศในครั้งนี้ สามารถหาเงินได้ถึง  650 เหรียญ เป็นกำไรถึง 130 เท่าตัว และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเขาไม่ได้ใช้เงิน 5 เหรียญนั้นเลย เขาทำได้อย่างไรกัน

หลังจากที่พวกเขาประชุมกันนาน ทุกคนในกลุ่มโหวตว่า พวกเขาจะขายเวลา นักศึกษากลุ่มนี้เฉลยว่า บางคนบอกไปซื้อล็อตเตอรี่ดีกว่า ไปลาสเวกัส และอื่น ๆ แต่ในที่สุดทุกคนสรุปว่า ต้นทุนที่ดีที่สุดที่พวกเขามีไม่ใช่เงิน 5 เหรียญ แต่เป็นเวลา 3 นาทีต่างหาก สำหรับการนำเสนอแผนธุรกิจหน้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จำนวนเป็นร้อย ๆ คน ที่ต้องการนั่งฟังรายงานโดยไม่ลุกไปไหน นักศึกษากลุ่มนี้จึงหาบริษัทที่ต้องการขายสินค้า แล้วก็ได้ขาย เวลา 3 นาทีที่ตัวเองต้องพรีเซ็นต์ ให้กับบริษัทที่ต้องการเวลา3 นาที โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองแทน (ไม่ต้องเหนื่อนกันเลยทีเดียว)พอถึงวันที่ต้องรายงาน นักศึกษากลุ่มนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจาก ฟังเพื่อนพรีเซ็นต์และพอถึงเวลาของตัวเอง ก็ให้บริษัทที่ตกลงกันไว้มาพรีเซ็นต์สินค้า เสร็จแล้วทางบริษัทได้จ่ายเงิน 650 เหรียญสำหรับเวลา 3 นาทีที่มีค่าให้กับทีมนักศึกษาที่ขายเวลาให้ เรียกได้ว่าไอเดียดีจริง ๆ ครับอาจารย์ปลื้มใจที่ลูกศิษย์คิดได้นอกกรอบอย่างเหลือเชื่อ !!เห็นไหมครับว่า  ไอเดียดีๆ  สามารถทำเงินให้ได้มากมาย โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย  ก็เป็นไปได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

คุณล่ะ !!  ลองคิดไอเดียดีๆ  แบบนี้  ดูบ้าง   อาจทำเงินให้คุณได้ มากมายก็เป็นได้  โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย หรือใช้เงินลงทุนน้อยมาก 

By Innovalabasia

Create  : 4/04/59